ดัชนีหุ้นไทย 14 ธ.ค.63 ปิดการซื้อขายภาคบ่าย 1,476.13 จุด ลดลง 6.54 จุด
ดัชนีหุ้นไทย 14 ธ.ค.63 ปิดการซื้อขายภาคบ่าย 1,476.13 จุด ลดลง 6.54 จุด (-0.44%) มูลค่า 107,352.26 ล้านบาท ปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไรหุ้นขนาดใหญ่
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไรหุ้นขนาดใหญ่หลังจากปรับขึ้นไปมากแล้ว นำโดยกลุ่มพลังงานและกลุ่มแบงก์ มองเป็นการพักตัวในระยะสั้นแล้วเวียนไปเล่นหุ้นในกลุ่มอื่น อย่างกลุ่มสื่อสารและกลุ่มค้าปลีกที่วันนี้ปรับตัวขึ้นได้
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งแดนบวก-ลบ ขณะที่ตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้เคลื่อนไหวในแดนบวกจากความคาดหวังการเจรจาเรื่องที่อังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ส่วนดาวโจนส์ฟิวเจอร์สบวกรับสำนักงานอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอนุมัติให้ใช้วัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัท ไฟเซอร์ อิงค์ และ บริษัท ไบโอเอ็นเทค
อย่างไรก็ดี สัปดาห์นี้ให้ติดตามการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) และการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) รวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการของยุโรปที่จะทยอยออกมา อีกทั้งติดตามการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย.ของจีน และสหรัฐฯ
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (15 ธ.ค.) นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯมีโอกาสที่จะพักตัว โดยมีแนวรับ 1,470 ถัดไป 1,450-1,440 จุด ส่วนแนวต้าน 1,490-1,500 จุด
ดัชนีหุ้นไทย 14 ธ.ค.63 เปิดทำการซื้อขายที่ 1,490.88 จุด เพิ่ม 8.21 จุด (+0.55%) มูลค่า 8,245.17 ล้านบาท (เวลา 10.02 น.)
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway up เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวกเล็กน้อยราว 0.1-0.2% ขานรับสำนักงานอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐได้อนุมัติให้มีการใช้วัคซีนต้านโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์และ บริษัท ไบโอเอ็นเทค ในกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งข่าวผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ได้ลงนามอนุมัติให้มีการฉีดวัคซีนดังกล่าวให้กับชาวอเมริกันอย่างเป็นทางการ
ราคาทองวันนี้ – 14 ธ.ค. 63 ปรับราคา 6 ครั้ง ลดลง 50 บาท
นอกจากนี้ ในช่วงที่ตลาดบ้านเราปิดทำการไปราคาน้ำมันโดยรวมก็ยังปรับตัวขึ้นมาได้สูงสุดในรอบ 9 เดือน ทำให้เป็นผลดีต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี อีกทั้งเงินบาทที่ยังแข็งค่าแถว 30 บาท/ดอลลาร์ฯ จาก Fund Flow ที่ไหลเข้า ทำให้ต้องคอยจับตาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีมาตรการอะไรออกมาหรือไม่
พร้อมกันนี้สัปดาห์นี้ให้ติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) รวมทั้งติดตามตัวเลข PMI ภาคการผลิตเดือนธ.ค.ของทั่วโลกที่จะทยอยออกมา
พร้อมให้แนวรับ 1,470-1,472 จุด ส่วนแนวต้าน 1,490-1,495 ถัดไป 1,503 จุด
สำหรับตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (11 ธ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,046.37 จุด เพิ่มขึ้น 47.11 จุด (+0.16%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,663.46 จุด ลดลง 4.64 จุด (-0.13%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,377.87 จุด ลดลง 27.94 จุด (-0.23%)
เงินบาทเปิด 30.08 แนวโน้มทรงตัวในกรอบแคบ รอติดตามสถานการณ์ Brexit-ผลประชุมเฟด
สหรัฐฯ ติดโควิด-19 ทะลุ 16 ล้าน เตรียมฉีดวัคซีนจันทร์นี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB